GULF จ่อทุ่ม 1 แสนล้าน ลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด หลังชนะประมูลขายไฟรัฐบาล
ผู้บริหาร บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) ประเมินค่าไฟฟ้าจะถูกลงในอนาคต เนื่องจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติจะเริ่มปรับลดลง เผยเตรียมทุ่ม 1 แสนล้านบาท ลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด หลังชนะมูลขายไฟฟ้าให้รัฐบาลไทย คาดเริ่มทยอย COD ปี 2567-73
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส ระบุว่า จากการประชุมนักวิเคราะห์ของ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF โดยผู้บริหารมองว่า ในอนาคตราคาก๊าซธรรมชาติจะเริ่มมีการปรับลดลง เนื่องจากราคาก๊าซ LNG นำเข้า เริ่มปรับตัวลดลงตามทิศทางราคาน้ำมันในระยะยาว และปริมาณแหล่งก๊าซจากอ่าวไทย ซึ่งมีราคาต้นทุนที่ถูกกว่า สามารถผลิตได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ดังนั้นอัตราค่าไฟฟ้า จึงคาดว่าจะทยอยปรับลดลงตามลำดับ
สำหรับโครงการที่กำลังดำเนินการในแผน ปัจจุบัน บริษัทฯ มีกำลังการผลิตอยู่ทั้งหมดราว 10,000 MWe โดยเป็นโครงการที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) แล้ว 6,100 MWe และยังเหลือแบ็คล็อก (Backlog) อีกราว 4,000 MWe ที่จะทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ไปจนถึงปี 2567
ขณะเดียวกันยังมีส่วนเพิ่มจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดที่รัฐบาลไทยเปิดประมูลรอบแรก โดย GULF ชนะประมูลโครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ ติดตั้งบนพื้นดิน โรงไฟฟ้าโซลาร์และแบตเตอรี่ รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังงานลม รวมกำลังผลิตราว 1,700 MWe คาดว่าจะเริ่มเซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า และเริ่มทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ปี 2567-2573 ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุน 100,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ในส่วนโครงการโรงฟ้าขนาดใหญ่ในประเทศลาว อยู่ระหว่างก่อสร้างและพัฒนาโครงการทั้งหมด 3 โครงการ ได้แก่
- โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ Pak-lay กำลังผลิต 770 เมกะวัตถ์ GULF ถือหุ้น 40% คาดเริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ มี.ค. 2575
- โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ Pak-Beng กำลังผลิต 912 เมกะวัตถ์ เริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ ม.ค. 2576
- โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ Luang Prabang กำลังผลิต 1,460 เมกะวัตถ์ GULF ถือหุ้น 20% เริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ มี.ค. 2573
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB